Optical Switch คืออะไร แล้วมันดีอย่างไร?

คีย์ครอน K3 ออปติคอลสวิตช์มาแล้ว! มาศึกษาก่อนซื้อจริงกันดีกว่า

Keychron types of keyboard banner

     ออปติคอลสวิตช์ (Optical switch) กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับแฟนคีย์ครอนคีย์บอร์ดในเวลาอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ เนื่องจากคีย์บอร์ดรุ่นใหม่อย่าง Keychron K3 ที่มีฟีเจอร์มากมายนั้นได้ปรับปรุงสวิตช์กลไกแบบเดิมให้กลายเป็น "Optical switch" หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้ว "ออปติคอลสวิตช์" นี้มันคืออะไร? มีความพิเศษยังไงบ้าง? ทำไมเราต้องซื้อคีย์บอร์ดออปติคอลสวิตช์? วันนี้คีย์ครอนประเทศไทยจะพาทุกคนไปเจาะลึกกับเจ้าสวิตช์ตัวนี้กันครับ

     Optical switch หรือ ออปติคอลสวิตช์ คือสวิตช์ที่ทำงานโดยอาศัยเซนเซอร์ “แสงอินฟราเรด” เมื่อการรับส่งแสงอินฟราเรดที่อยู่ภายในสวิตช์ถูกปิดเซนเซอร์ด้วยกลไกก็จะเป็นการส่งข้อมูลการคีย์ให้กับแผงวงจรคีย์บอร์ด ต่างจากเมคานิคอลสวิตช์หรือสวิตช์แบบกลไกธรรมดาตรงที่แบบธรรมดาจะใช้สปริงโลหะดีดตัวเชื่อมวงจรเปิดปิด และทำให้เกิดการส่งสัญญาณข้อมูลจากการสัมผัสแบบกายภาพนั่นเอง

     ออปติคอลสวิตช์นี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ นั่นคือ Light Strike switch (LK switch) และ Analog (Flaretech) switch สามารถดูรายละเอียดในส่วนถัดไปเลยครับ

Light Strike Switch

Light Strike switch หรือเรียกสั้น ๆ ว่า LK switch นั้นเป็น Optical switch แบบแรกที่ถูกปล่อยออกมา ชื่อ Light Strike เองก็พอจะอธิบายการทำงานของมันได้อยู่ในตัว ในแต่ละปุ่มคีย์บอร์ดจะมีแสงอินฟราเรดอยู่ใต้สวิตช์ซึ่งถูกส่งออกมาจากด้านหนึ่งในแนวขวาง แต่จะถูกก้านสวิตช์บล็อกไว้ไม่ให้ส่งถึงอีกฝั่ง เมื่อสวิตช์ถูกกดลง ก้านสวิตช์ที่บังไว้ก็จะถูกเลื่อนตามลงไปทำให้แสงสามารถวิ่งไปถึงตัวรับได้ จึงเกิดเป็นคำสั่งพิมพ์ขึ้นมา เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทำงานแบบ “Light Strike”

Analog (Flaretech) Switch

     Optical switch อีกประเภทหนึ่งคือ Analog Switch หรือ Flaretech switch สวิตช์ตัวนี้จะทำงานต่างกับ LK switch ตรงที่ LK switch จะยิงแสงอินฟราเรดในแนวขวางขนานกับพื้น และจะทำงานก็ต่อเมื่อเซนเซอร์รับแสงถูกปิดหรือเปิด แต่ Flaretech switch จะยิงแสงอินฟราเรดจากทางด้านล่างแผงวงจรขึ้นมาหาตัวสวิตช์ในแนวตั้งและใช้หลักการการสะท้อนของแสงในการรับสัญญาณ ทำให้ Flaretech switch มีความพิเศษคือสามารถวัดแรงกดโดยคิดจากระยะการสะท้อนของแสงได้ มีผลต่อการใช้งานที่ต้องปรับระดับ เช่น เกมแข่งรถที่สามารถกดแป้นพิมพ์หนักเบาเพื่อเร่งหรือผ่อนคันเร่ง, โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นแต่งภาพที่เพิ่ม-ลดความสว่างหรือความเข้มของภาพ, หรือการซูมหน้าต่างโปรแกรมเป็นต้น อย่างไรก็ดีด้วยสเปกที่โหดกว่าจึงทำให้สวิตช์ประเภทนี้มีราคาแพงกว่า LK switch ขึ้นไปอีก

ข้อดีของ Optical switch

1) อายุการใช้งานยาวนาน

ด้วยการที่มันใช้แสงเป็นตัวสั่งการ ในแง่การทำงานแล้วย่อมทำให้อายุการใช้งานยาวนานกว่าเมคานิคอลสวิตช์ปกติที่หากใช้ไปนาน ๆ อาจทำให้แผ่นทองแดงที่กระทบกันบ่อยเกิดผิดรูป บิดงอ จนเกิดอาการปุ่มคีย์บอร์ดเบิ้ลได้ แต่การทำงานของ Optical switch ไม่ทำให้เกิดการกระทบกันของแผ่นวงจร เพียงแค่ขยับสวิตช์เพื่อให้แสงวิ่งครบลูปเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้คีย์บอร์ดสามารถใช้งานได้นาน ทนทาน และรองรับการกดได้มากกว่า 100 ล้านครั้งเลยทีเดียว

2) ตอบสนองไวด้วยความเร็วแสง

เนื่องจากใช้แสงอินฟาเรดในการเปิดปิดวงจรจึงทำให้ Optical switch เป็นสวิตช์ที่ส่งคำสั่งได้ไวและตอบสนองเร็วกว่าใครเพื่อนโดยใช้ระยะเวลาสั่งการเพียง 2 มิลลิวินาที เทียบกับเมคานิคอลสวิตช์ทั่วไปที่ใช้ระยะเวลา 16 มิลลิวินาทีแล้วเร็วกว่าเดิมถึง 8 เท่า! (แต่ความแตกต่างระดับนี้ผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง)

3) ราคาเท่าเดิม!

และถึงแม้คุณสมบัติจะดีกว่าเมคานิคอลสวิตช์แบบธรรมดาในแทบทุกด้าน แต่เรื่องราคาขอบอกว่าไม่ได้แพงไปกว่ากันเลยสักนิด ! ! แล้วยังจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เราไม่เลือกใช้ Optical switch ได้อีกล่ะ

และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ Keychron จึงได้เพิ่ม Optical switch ประเภท LK switch สวิตช์ตัวใหม่ขึ้นมาให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ไม่ว่าจะสำหรับสายเกมเมอร์ที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วระดับเสี้ยววิ หรือสำหรับคนชอบกดคีย์บอร์ดแบบหนัก ๆ เน้น ๆ สวิตช์ตัวนี้ตอบโจทย์ด้านความทนทานอย่างแน่นอน และขอบอกว่า Keychron K3 ที่เข้ามาใหม่นี้ไม่ใช่แค่ Optical switch ธรรมดา แต่ยังเป็น Low-profile, Hot-swappable, Optical switch ด้วย! หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจคีย์บอร์ดลูกเล่นเยอะแบบนี้ไว้ในครอบครอง ก็มากดจอง Keychron K3 Ultra-slim Wireless Mechanical Keyboard กันได้เลย!!

Reference

  • https://www.tech-critter.com/optical-keyboard-switches/